สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้จะกล่าวถึงเรื่องข้อคิดที่ได้จากกระป๋องเครื่องดื่ม ในที่นี้เป็น เครื่องดื่มที่ขายอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบันด้วยกลไกการตลาดเพื่อหาลูกค้า ให้ตอบรับรายได้เพียงพอสำหรับดำเนินธุรกิจ เป็นธรรมดาอยู่เอง เรื่องการลดแลกแจกแถม สำหรับกระป๋องนี้ มีชิงโชคหมายเลขบาร์โค้ดที่ติดอยู่กับฉลากดึงฝา หากว่าลูกค้าซื้อแล้วตรงกับ ที่ทางบริษัทเครื่องดื่ม จับสลากแล้วตรงกันลูกค้าก็จะได้รับ ของสมนาคุณ เช่น รถมอเตอร์ไซค์ ทองคำ หรือ อื่นๆ
ในมุมมองที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด สำหรับผู้เขียนเอง คงไม่พ้นเรื่อง นามธรรมสำหรับ เป็นข้อคิดให้เกิดความเข้าใจในเรื่อง โลกสมมุติ
ประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้คือกระป๋องเป็นโลหะที่ได้มาจากการถลุงแร่ และ นำมาขึ้นรูปทำเป็นกระป๋องซึ่งหากมองในมุมของธาตุธรรมชาติก็ได้แก่ ธาตุดิน ตอนผลิตจะมีใช้น้ำเป็นส่วนประกอบด้วย ก็คือใช้ธาตุน้ำร่วมด้วย พอขึ้นรูปมาแล้วก็นำมาบรรจุ สินค้าเพื่อวางขาย
หากเปรียบกระป๋องเครื่องดื่มกับร่างกายมนุษย์ ก็จะมีองค์ประกอบคล้ายกัน ส่วนที่แตกต่างกันคือร่างกายมนุษย์จะมี ระบบโลหิตไหลเวียนจากการสูบฉีดของหัวใจเพื่อให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหว เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ร่างกายยังคงสภาพไม่เน่าเปื่อย จากการย่อยสลายของพวกเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ หนอน ต่าง ๆ และ ส่วนที่ขาดไม่ได้ คือ มีการรับรู้ความรู้สึก สัญชาตญาณ ความทรงจำ ที่รวมตัวกันแล้ว เรียกรวมว่า ใจ ซึ่งเป็น นามธรรม เป็นชาติที่ละเอียดอ่อน
ด้วยขนาดที่ละเอียดอ่อนนี้จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่มของสสารขนาดเล็ก บางอย่างเป็นคลื่น บางอย่างเป็นแสง ที่มีกระบวนการ เกิดดับ สั่นสะเทือน อยู่ตลอดเวลา ในระดับ อนุภาค
ทำให้มนุษย์มีการสร้าง กรรม จากการกระทำ บางอย่าง ที่เข้าใจใน บริบทหรือสิ่งแวดล้อมปัจจุบันที่อาศัยอยู่ สิ่งนี้เองเป็นสิ่งสำคัญที่แตกต่างจาก กระป๋องเครื่องดื่ม
นั่นทำให้กระป๋องเครื่องดื่ม ไม่มีกรรม จาก การกระทำ เป็นเพียงวัตถุสะพานผ่าน การกระทำ
หากเราที่เป็นมนุษย์ เมื่อมีใจแล้ว แต่ไม่อยากสร้างกรรมเพิ่ม ก็สามารถทำได้โดยวิธี วางเฉย
ฟังดูการวางเฉยเหมือนจะง่าย แต่ความจริง ไม่ได้ง่ายเลย เพราะ ด้วยการรับรู้ความรู้สึก ที่รวดเร็ว ทำให้เมื่อมี สิ่งต่างๆเข้ามากระทบเรา ก็จะรับข้อมูลเข้ามา แล้วก็สะท้อนกลับ ด้วยปฏิกิริยาบางอย่าง ตามความเข้าใจของแต่ละคน และ นั่นคือปัญหา หากเราตอบสนองไปในทางลบ ที่มีผลกระทบกับสิ่งอื่นหรือผู้อื่น ก็จะเกิดเป็นวงจรกรรม ให้ ส่งผลย้อนกลับมา หาตัวเราเอง ตามช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม
ทางพุทธศาสนาเรียกว่า อุเบกขา ซึ่งต้องใข้เวลาฝึกฝนกันอย่างหนัก ฝึกฝนจนเป็นธรรมชาติ เพื่อให้ตอบสนองได้ทันท่วงที ที่มีการกระทบ เกิดขี้น แล้ว พาเข้าสู่กระบวนการ ตัด กรรมใหม่ ไม่ให้เกิดขึ้น
เป็นอย่างไรบ้างครับ การมองกระป๋องเครื่องดื่มที่ดื่มแล้ว มีประโยชน์อยู่มากใช่ไหมครับ หากสามารถ ฝึกวางอุเบกขาได้จากการมองครั้งนี้ ถึงกับตัดชาติตัดภพ ได้เลยนะครับ!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น